ss HEALTH 2 U สาระสุขภาพ: อาหารเสริมสุขภาพ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเสริมสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเสริมสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วิตามินเอฟ (กรดไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ ไลโนเลิก,ไลโนเลนิก และอะราคิโดนิก)


วิตามินเอฟ (กรดไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ ไลโนเลิก,ไลโนเลนิก และอะราคิโดนิก)

ข้อเท็จจริง
ละลายในไขมัน เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ได้จากการรับประทานอาหาร
มีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก.)
ยังไม่มีขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน แต่สถาบันวิจัยแห่งชาติ สหรัฐอเมริกาแนะนำว่า อย่างน้อยร้อยละ 1 ของแคลอรีที่เรารับประทานในแต่ละวัน ควรมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างการประกอบอยู่ด้วย
ไขมันไม่อิ่มตัวช่วยเผาผลาญไขมันอิ่มตัว ในอัตาส่วนสมดุลที่เรารับประทานควรจะเป็น 2:1 (ไขมันไม่อิ่มตัว : ไขมันอิ่มตัว)
เมล็ดทานตะวัน 12 ช้อนช้า หรือถั่วพีแคนครึ่งเมล็ด 18 ชิ้น ให้วิตามินเอฟพอเพียงสำหรับหนึ่งวัน
หากร่างกายมีกรดไลโนเลอิกพียงพอ กรดมันอีกสองตัวจะถูกสังเคราะห์ได้
หากรับประทานอาหารประเภทแป้งมาก ร่างกายจะต้องการกรดไขมันไม่อิ่มตัวเพิ่ม

วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร
ช่วยป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลสะสมที่ผนังหลอดเลือด
ช่วยให้ผมและผิวพรรณมีสุขภาพดี
ช่วยป้องกันอันตรายจากรังสีเอกซเรย์ได้ในระดับหนึ่ง
ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตและสุขภาพโดยรวม โดยกระตุ้นการทำงานของต่อมต่าง ๆ และทำให้เซลล์ต่าง ๆ ได้รับแคลเซียม
ช่วยต่อสู้กับโรคหัวใจ
ช่วยลดน้ำหนัก โดยเพิ่มการเผาผลาญไขมันอิ่มตัว

โรคจากการขาดวิตามิน
ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดเอ็กซีมา สิว

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด
น้ำมันจากพืช ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลืองและถั่วต่าง ๆ เช่น ถั่วลิสง เมล็ดฟักทอง วอลนัท พีแคน อัลมอนด์ และอะโวคาโด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
มีในรูปแคปซูลขนาด 100-150 มก.

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป
ยังไม่พบว่ามีอันตรายต่อร่างกาย แต่การรับประทานมากเกินอาจส่งผลให้มีน้ำหนักตัวไม่พึงประสงค์

ศัตรู
ไขมันอิ่มตัว ความร้อน ออกซิเจน

คำแนะนำส่วนตัว
เพื่อให้วิตามินเอฟถูกดูดซึมได้ดีที่สุด ควรรับประทานร่วมกับวิตามินอีพร้อมมื้ออาหาร
หากคุณเป็นคนรับประทานอาหารประเภทแป้งมาก คุณต้องการวิตามินเอฟมากกว่าปกติ
ผู้ที่กังวลเรื่องระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ควรรับประทานวิตามินเอฟให้พอเพียง
ถึงแม้ว่าถั่วส่วนใหญ่เป็นแหล่งของไขมันไม่อิ่มตัวที่ดี แต่ถั่วบราซิลและมะม่วงหิมพานต์ถือเป็นข้อยกเว้น

ระวังแนวการรับประทานอาหารแบบแปลก ๆ ที่มีไขมันอิ่มตัวสูง



อาหารเสริมลดน้ำหนัก กินแล้วลดน้ำหนักได้จริงหรือ?

ไปเจอบทความดี ๆ เกี่ยวกับการรับประทานอาหารเสริม เพื่อลดน้ำหนัก ขอเอามาแชร์เป็นความรู้ให้กับเพื่อน ๆ ได้ศึกษากันนะครับ เรื่องน้ำหนักตัวเป็นเรื่องที่หลายคนกังวล เพราะมันขึ้นได้แต่ลงยากเสียเหลือเกิน อย่างเช่น ขึ้นมา 8 กิโลกรัม ใช้เวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์ แต่ลดสัก 1 กิโลกรัม ต้องใช้เวลาร่วมเดือน

สูตรวิธีการลดน้ำหนัก ก็มีมากมาย ทั้งเรื่องการออกกำลังกาย ที่ต้องมีระเบียบวินัย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและควบคุม เผาผลาญน้ำหนัก รีดไขมัน ไปได้ในตัว หรือจะเป็นการลดอาหาร ควบคุมอาหาร เพื่อไม่ให้น้ำหนักเพิ่ม ต่างเป็นวิธีการที่ใช้ในการลดน้ำหนัก


อาหารเสริมลดน้ำหนัก

แต่ถ้าหากทำไม่ได้ วิธีที่ง่ายที่ช่วยได้ คือ การกินอาหารเสริมควบคุม หรือ อาหารเสริมเพื่อลดน้ำหนักนั่นเอง ซึ่งเป็นอาหารเสริมที่ส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติและไม่ธรรมชาติ ที่จะไปช่วยดักจับไขมัน และควบคุมน้ำหนักได้ ไม่ให้มีส่วนเกินจากที่ควรเป็น  ซึ่ง อาหารเสริมน้ำหนัก เหล่านี้ ช่วยได้ อีกทั้งไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย หากรับประทานอย่างถูกวิธี

อาหารเสริมลดน้ำหนัก

อาหารเสริมลดน้ำหนัก ที่กำลังฮิต ใน พ.ศ.นี้ ที่กำลังฮิต ก็ได้แก่ อาหารจำพวกถั่วขาว สารสกัดจากตะบองเพชร ที่ไปช่วยดักจับไขมัน ไม่เป็นการลดน้ำหนักที่เป็นอันตราย แต่จะดัดจับไขมัน แล้วให้ร่างกายรู้สึกอิ่ม กินได้น้อยลง เมื่อกินได้น้อยลง แล้วน้ำหนักเราก็จะลดลงตามไปด้วย พร้อมทั้งดึงไขมันที่ไม่ใช้ออกมาให้หมด ในรูปแบบของเหงื่อ ซึ่ง อาหารเสริมลดน้ำหนัก ประเภทนี้ เมื่อกินเข้าไปแล้ว ไม่โทรม และไม่กลับมาโยโย่ อย่างแน่นอน

อยากให้น้ำหนักลด ก็ควรเลือก อาหารเสริมลดน้ำหนัก ที่ดี เหมาะสม เมื่อทุกอย่างได้สิ่งที่ดี ลงตัว การลดน้ำหนักก็เป็นเรื่องง่าย คุณก็จะมีน้ำหนักเป็นมาตรฐานแล้วแน่นอน

ไปหน้าแรก  อาหารเสริมและวิตามิน

ที่มา kondoodee.com

เรียนรู้เกี่ยวกับ กรดโฟลิก (โฟลาซิน,โฟเลต)

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ กรดโฟลิก (โฟลาซิน,โฟเลต)

ละลายในน้ำ เป็นอีกหนึ่งในตระกูลวิตามินบีรวม รู้จักกันทั้งในชื่อ วิตามินบี ซี หรือวิตามินเอ็ม
มีหน่วยวัดเป็นไมโครกรัม (มคก.) มีความสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง
ช่วยในกระบวนการเผาผลาญของโปรตีน ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 180-200 มคก. สำหรับหญิงตั้งครรภ์ควรเพิ่มขนาดเป็นสองเท่า และหญิงให้นมบุตรควรรับประทาน 280 มคก.ในช่วงหกเดือนแรก และ 260 มคก.ในช่วงหกเดือนหลัง

อาหารเสริมและวิตามิน

มีส่วนสำคัญในการสร้างกรดนิวคลีอิก มีความจำเป็นต่อการแบ่งตัวของเซลล์
ร่างกายต้องการในกระบวนการใช้น้ำตาลและกรดแอมิโน ถูกทำลายได้ง่ายหากเก็บรักษาด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสมในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานานเกินไป

วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร
ลดระดับกรดแอมิโนซิสเทอีนในเลือดและลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ
ป้องกันการพิการแต่กำเนิดในทารก
ช่วยในการสร้างน้ำนมของมารดาหลังคลอด
ช่วยป้องกันพยาธิในลำไส้และอาหารเป็นพิษ
ช่วยให้ผิวพรรณแลดูสุขภาพดี
ออกฤทธิ์คล้ายยาแก้ปวดได้
อาจช่วยชะลอให้ผมขาวช้าลงได้ หากรับประทานร่วมกับกรดแพนโทเทนิกและพาบา
ช่วยให้เจริญอาหาร หากคุณกำลังอ่อนเพลีย
อาจช่วยป้องกันแผลร้อนในได้
ช่วยรักษาภาวะซีดหรือโลหิตจาง

โรคจากการขาดวิตามิน
โลหิตจางแบบแมโครไซติก หรือแบบเม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่ผิดปกติ

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด
ผักที่มีใบสีเขียวเข้ม แครอท ทอร์ทูลายีสต์ (ยีสต์สกัดชนิดหนึ่ง) ตับ ไข่แดง แคนตาลูป อาร์ติโช้ก เอพริคอต ฟักทอง อะโวคาโด ถั่ว แป้งไรย์ แบบสีเข้มที่ไม่ผ่านการขัดสี

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
โดยทั่วไปมีจำหน่ายในขนาด 400 มคก.และ 800 มคก.ส่วนขนาด 1 มก. (1,000 มคก.)ในสหรัฐอเมิรกาต้องซื้อโดยใช้ใบสั่งแพทย์
บางครั้งในวิตามินบีรวมจะมีกรดโฟลิกอยู่ 400 มคก. แต่โดยมากจะมีเพียง 100 มคก.
ขนาดที่รับประทานโดยทั่วไปคือ 400 มคก.ไปจนถึง 5 มก.ต่อวัน
พยายามเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีทั้งโฟเลตและวิตามินบี 12 อยู่ด้วยกัน

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป
ยังไม่พบอาการเป็นพิษ แต่บางคนอาจมีอาการผื่นแพ้ได้บ้าง หากร่างกายมีกรดโฟลิกมากไป อาจทำให้โรคโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี 12 ไม่แสดงอาการออกมา

ศัตรู
น้ำ ยาในกลุ่มซัลฟา แสงแดด ฮอร์โมนเอสโทรเจน กระบวนการแปรรูปอาหาร (โดยเฉพาะการต้ม) ความร้อน

คำแนะนำส่วนตัว
หากคุณเป็นผู้หญิง คุณควรรับประทานกรดโฟลิกและวิตามินบี 6 ให้เพียงพอ กรดโฟลิกเพียง 400 มคก. และวิตามินบี 6 เพียง 2-10 มก. สามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวายเฉียบพลันได้ถึงร้อยละ 42 หากคุณเป็นนักดื่มตัวยง ขอแนะนำให้รับประทานกรดโฟลิกเพิ่มขึ้น การรับประทานวิตามินซีในปริมาณสูง เพิ่มการขับกรดโฟลิกออกจากร่างกาย ดังนั้น ผู้ที่รับประทานวิตามินซีมากกว่า 2 กรัมต่อวัน ควรรับประทานกรดโฟลิกเพิ่มควบคู่ไปด้วย

หากคุณรับประทานยากันชักไดแลนติน ฮอร์โมนเอสโทรเจน ซัลโฟนาไมด์ ฟีโนบาร์บิทอล หรือแสไพริน ผมแนะนำให้รับประทานกรดโฟลิกเพิ่ม  ผมพบว่าหลายคนที่รับประทานกรดโฟลิก 1-5 มก.ทุกวันเป็นระยะเวลาประมาณหนึ่ง ช่วยแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอได้ หากคุณมีปัญหานี้เช่นกันควรปรึกษาแพทย์ที่มีความรู้ด้านโภชนาการเกี่ยวกับเรื่องนี้ดู

การรับประทานกรดโฟลิกในปริมาณสูงอาจมีผลกระทบต่อยาต้านมะเร็งบางกลุ่ม
หากคุณกำลังป่วย หรือร่างกายคุณกำลังต่อสู้กับโรคใด ๆ อยู่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อต่อสู้กับโรคของคุณควรจะมีกรดโฟลิกรวมอยู่ด้วย เพราะหากร่างกายคุณขาดกรดโฟลิกไป แอนติบอดีหรือสารภูมิคุ้มกันของคุณก็จะขาดตกบกพร่องเช่นกัน การรับประทานกรดโฟลิกในปริมาณสูง อาจทำให้คนไข้โรคลมชักซึ่งรับประทานยาฟีไนโทอินอยู่เกิดอาการชักขึ้นได้




ไบโอติน (โคเอนไซม์อาร์ หรือวิตามินเอช)

ไบโอติน (โคเอนไซม์อาร์ หรือวิตามินเอช)

ข้อเท็จจริง
เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ มีซัฟเฟอร์เป็นส่วนประกอบ และเป็นหนึ่งในสมาชิกของตระกูลวิตามินบีรวม โดยปกติมีหน่วยวัดเป็นไมโครกรัม (มคก.)
การสังเคราะห์กรดแอสคอร์บิกต้องใช้ไปโดตินเป็นตัวช่วย
มีส่วนสำคัญต่อการเผาผลาญไขมันและโปรตีน
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 100-300 มคก.
แบคทีเรียในลำไส้สังเคราะห์วิตามินนี้ได้
ไข่ดิบลดการดูดซึมของวิตามิน
ทำงานเสริมกันกับบี 2 บี 6 ไนอะซิน และวิตามินเอ และช่วยในการรักษาสุขภาพผิวพรรณ


วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร
ช่วยป้องกันผมหงอก ช่วยในการป้องกันและรักษาโรคเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะล้าน
บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการผื่นผัวหนังอักเสบ ผื่นคัน ช่วยป้องกันและรักษาเล็บแห้งเปราะ

โรคจากการขาดวิตามิน
ผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณหน้าและตัว อ่อนเพลียหมดเรี่ยวแรง กระบวนการเผาผลาญไขมันไม่สมบูรณ์ เบื่ออาหาร ผมร่วง ซึมเศร้า

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด
ตับวัว ไข่แดง แป้งถั่วเหลือง บริวเวอร์ยีสต์ นม เนยถั่ว และข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ไบโอตินมักรวมอยู่ในวิตามินบีรวมและวิตามินรวมทั่วไป ขนาดที่รับประทานโดยทั่วไปคือ 25-300 มคก.ต่อวัน

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป
ยังไม่พบผู้มีอาการเป็นพิษจากไบโอติน

ศัตรู
ไข่ขาวดิบ (มีอะวิดิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ขัดขวางการดูดซึมของไบโอติน) น้ำ ยาในกลุ่มซัลฟา ฮอร์โมนเอสโทรเจน กระบวนการแปรรูปอาหาร และแอลกอฮอล์

คำแนะนำส่วนตัว
หากคุณดื่มเครื่องดื่มปั่นโปรตีนสูง ซึ่งมีไข่ดิบผสมอยู่ คุณอาจต้องการไบโอตินเสริม
หากคุณกำลังรับประทานยาปฏิชีวนะหรือยาในกลุ่มซัลฟา ควรรับประทานไบโอตินอย่างน้อย 25 มคก.ต่อวัน ผู้ชายที่มีปัญหาผมร่วง อาจพบว่าการรับประทานไบโอตินเสริม จะช่วยให้ผมคงอยู่บนหนังศีรษะนานขึ้น ระลึกไว้เสมอว่าไบโอตินทำงานเสริมกันและมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับบี 2 บี 6 ไนอะซิน และวิตามินเอ

ขณะตั้งครรภ์ ระดับของไบโอตินจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่สัมพันธ์กับน้ำหนักแรกเกิดของลูก แต่คุณก็อาจปรึกษาแพทย์ประจำตัวถึงความเป็นไปได้ที่จะรับประทานเป็นอาหารเสริม เพื่อช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น เพื่อรักษาอาการเล็บแห้ง ฉีก เปราะ ลองรับประทานไบโอติน 300 มคก. ทุกวันเป็นเวลาสามเดือน หากคุณสังเกตว่าอาการดีขึ้นค่อยปรับลดขนาดยาลง ในทางตรงข้าม หากไม่พบอาการดีขึ้นเลย ควรหยุดรับประทานและปรึกษาแพทย์ผิวหนังจะดีกว่า




ข้อเท็จจริงของวิตามินบี 15 (กรดแพงเกมิก,ดีเอ็มจี,ไดเมทิลไกลซีน)

ข้อเท็จจริงของวิตามินบี 15 (กรดแพงเกมิก,ดีเอ็มจี,ไดเมทิลไกลซีน)

ละลายในน้ำ
เนื่องจากความจำเป็นที่จะต้องรับประทานยังไม่ได้รับการพิสูจน์ จึงยังไม่จัดเป็นวิตามินอย่างเป็นทางการ มีหน่วยวัตเป็นมิลลิกรัม (มก.
ทำงานคล้ายกับวิตามินอีในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
ชาวรัสเซียเป็นผู้เริ่มนำมาใช้ และต่างประทับใจกับผลของมัน แต่ในขณะที่ผมกำลังเขียนหนังสือเล่มนี้อยู่ เอฟดีเอ (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) กำลังดำเนินการถอนวิตามินตัวนี้ออกจากตลาด ( เอฟดีเอก็ยังจัดให้กรดแพงเกมิกอยู่ในกลุ่มยาที่ยังไม่ยืนยันความปลอดภัย)
จะทำงานได้ดีขึ้นหากรับประทานร่วมกับวิตามินเอและอี


วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร
ยืดอายุของเซลล์ในหลอดทดลอง
บรรเทาอาการอยากดื่มสุรา
เร่งการฟื้นตัวจากความอ่อนเพลีย
ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ปกป้องอันตรายจากมลพิษ
บรรเทาอาการเจ็บหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและโรคหืด
ปกป้องตับจากภาวะตับแข็ง
รักษาอาการเมาค้าง
เพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน
ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน

โรคจากการขาดวิตามิน
เป็นวิตามินอีกตัวที่งานวิจัยยังมีจำกัด แต่เป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับโรคความผิดปกติของต่อมและเส้นประสาท โรคหัวใจ และสภาวะที่ออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ลดลง

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด
บริวเวอร์ยีสต์ ข้าวกล้อง เมล็ดธัญพืชไม่ขัดสี เมล็ดฟักทอง เมล็ดงา

อาหารเสริม
มีจำหน่ายในขนาดเม็ด 50 มก.
ขนาดที่รับประทานกันโดยทั่วไป คือ 50-150 มก.

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป
ยังไม่มีรายงานอาการเป็นพิษ บางคนพบว่าทำให้รู้สึกคลื่นไส้ในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มรับประทานบี 15 แต่อาการมักจะหายไปได้เองภายในไม่กี่วัน และอาจบรรเทาอาการโดยเริ่มต้นรับประทานบี 15 หลังมื้ออาหารที่หนักที่สุดของวัน

ศัตรู
น้ำและแสงแดด

คำแนะนำส่วนตัว
ถึงแม้ว่าจะมีข้อจัดแย้งเกี่ยวกับวิตามินชนิดนี้ แต่ผมพบว่าบี 15 มีประสิทธิภาพดี และเชื่อว่าการรับประทานบี 15 เสริม จะเป็นประโยชน์ไม่ว่าคุณจะรับประทานอาหารแบบใด
หากคุณเป็นนักกีฬาไม่ว่าจะมืออาชีพหรือสมัครเล่น ผมแนะนำให้รับประทานเม็ดขนาด 50 มก.หนึ่งเม็ดพร้อมอาหารมื้อเช้า และหนึ่งเม็ดพร้อมอาหารมื้อเย็น




ข้อมูลเกี่ยวกับ วิตามินบี 12 (โคบาลามิน)

วิตามินบี 12 (โคบาลามิน)
ข้อเท็จจริง
เป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ และมีประสิทธิภาพดีแม้ในปริมาณเพียงเล็กน้อย
มีอีกชื่อหนึ่งที่รู้จักกันดีว่า “วิตามินแดง” หรือไซยาโนโคบาลามิน
ไซยาโนโคบาลามิน เป็นรูปแบบทางการค้าของวิตามินบี 12 ที่วางจำหน่ายเป็นวิตามินเสริม
มีหน่วยวัดเป็นไมโครกรัม (มคก.)
เป็นวิตามินเพียงตัวเดียวที่มีแร่ธาตุที่จำเป็นประกอบอยู่

วิตามินบี 12

แตกตัวไม่ดีนักในกระเพาะอาหาร ต้องรวมตัวกับแคลเซียมเพื่อให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น
ขนาดที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่คือ 2 มคก. หญิงตั้งครรภ์แนะนำให้รับประทาน 2.2 มคก. และ 2.6 มคก. สำหรับหญิงให้นมบุตร
การรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 ต่ำและกรดโฟลิกสูง (เช่น อาหารมังสวิรัติ) จะทำให้อาการขาดวิตามินบี 12 ไม่แสดงออกเด่นชัด
การทำงานของต่อมไทรอยด์ที่เป็นปกติจะช่วยการดูดซึมของบี 12 อาการของการขาดบี 12 อาจใช้เวลาถึงห้าปีหลังจากที่วิตามินที่สะสมในร่างกายหมดไป จึงจะปรากฏให้เห็น
บี 12 พบในผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์เป็นหลัก ส่วนอาหารจากพืชไม่มีบี 12 (มีข้อยกเว้นบ้าง)
มีความแตกต่างจากวิตามินที่ละลายในน้ำตัวดื่นคือ ร่างกายสามารถเก็บสะสมบี 12 ได้โดยใช้เวลาถึงสามปีกว่าที่วิตามินจะสูญสลายไปจากร่างกาย

วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร
สร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง
ช่วยลดระดับกรดแอมิโนโฮโมซิสเทอีนในกระแสเลือด จึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
เสริมสร้างการเจริญเติบโตและช่วยให้เด็กเจริญอาหาร
เพิ่มพลังงาน
ช่วยให้ระบบประสาทแข็งแรง
ช่วยให้ร่างกายใช้ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนได้อย่างเหมาะสม
บรรเทาอาการหงุดหงิด
เพิ่มสมาธิ ความจำ และการทรงตัว
ช่วยป้องกันมะเร็งที่เกิดจากการสูบบุหรี่
ปริมารเพียงเล็กน้อย (80 มคก.) ก็ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้

โรคจากการขาดวิตามิน
โรคโลหิตจาง โรคของระบบประสาท

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด
ตับ เนื้อวัว เนื้อหมู ไข่ นม ชีส ปลา

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
เนื่องจากบี 12 ถูกดูดซึมได้ไม่ดีนักในกระเพาะอาหาร ผมจึงแนะนำให้รับประทานแบบอมใต้ลิ้นหรือแบบแตกตัวช้า โดยรับประทานร่วมกับซอร์บิทอล เพื่อให้มันไปแตกตัวที่ลำไส้เล็ก
มีจำหน่ายในขนาดที่หลากหลาย ตั้งแต่ 50-2,000 มคก.
แพทย์มักจะฉีดวิตามิบี 12 หากมีข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าขาดวิตามินหรืออ่อนเพลียมาก ซึ่งการให้วิตามินเสริมนี้อาจช่วยรักษาอาการได้
ขนาดที่แนะนำทั่วไปคือ 5-100 มคก.ต่อวัน

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป
ยังไม่เคยมีรายงานว่าวิตามินบี 12 ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ แม้แต่ในขนาดยาที่สูงมาก

ศัตรู
กรดและด่าง น้ำ แสงแดด แอลกอฮอล์ ฮอร์โมนเอสโทรเจน ยานอนหลับ

คำแนะนำส่วนตัว
หากคุณเป็นมังสวิรัติ รวมถึงไม่รับประทานไข่และผลิตภัณฑ์จากนมด้วย คุณควรรับประทานบี 12 เสริม
หากคุณชอบสังสรรค์ยามเย็นและดื่มสุราเป็นประจำ บี 12 ถือเป็นวิตามินเสริมที่สำคัญสำหรับคุณ
หากรับประทานกรดโฟลิกร่วมกับบี 12 จะเป็นยาเพิ่มพลังที่ดีที่สุดสูตรหนึ่ง
อาจฟังดูน่าประหลาดใจ แต่ผู้ที่รับประทานอาหารในกลุ่มโปรตีนมาก ก็อาจต้องการวิตามินนี้เพิ่มเป็นปริมาณพิเศษ ซึ่งวิตามินนี้จะไปทำงานเป็นทีมร่วมกับวิตามินบีอื่น ๆ รวมทั้งวิตามินเอ อี และซี
คนสูงอายุมักมีปัญหาในการดูดซึมวิตามินบี 12 และหากขาดวิตามินอาจต้องเสริมโดยการฉีดแทนการรับประทาน
บี 12 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบีรวม มีประโยชน์มากสำหรับผู้หญิงในช่วงระหว่างมีและก่อนมีประจำเดือน




ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิตามินบี 3 (ไนอะซิน,ไนอะซินาไมด์,กรดนิโคตินิก,นิโคตินาไมค์)

วิตามินบี 3 (ไนอะซิน,ไนอะซินาไมด์,กรดนิโคตินิก,นิโคตินาไมค์)

เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ และเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวบีรวม มีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก.) ร่างกายสามารถสร้างไนอะซินขึ้นเองได้โดยใช้กรดแอมิโนทริปโตแฟน  ผู้ที่ร่างกายขาดวิตามินบี 1 บี 2 และ บี 6 จะไม่สามารถสร้างไนอะวินจากทริปโตแฟนได้
การขาดไนอะวินส่งผลให้บุคลกิภาพเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงได้ ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน อยู่ที่ 13-19 มก. สำหรับผู้ใหญ่ ส่วนมารดาที่ให้นมบุตร ขนาดแนะนำคือ 20 มก.
มีส่วนสำคัญในการสังเคราะห์ฮอร์โมนเพศ (เอสโทรเจน โพรเจสเทอโรน เทสทอสเทอโรน) เช่นเดียวกับคอร์ติโซน ไทรอกซิน และอินซูลิน
จำเป็นต่อสุขภาพที่ดีของระบบประสาทและการทำงานของสมอง
เป็นหนึ่งในวิตามิไม่กี่ตัวที่ค่อนข้างเสถียรในอาหาร ทนต่อกระบวนการปรุงอาหารและการเก็บรักษา โดยสูญเสียประสิทธิภาพน้อยมาก


วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์
ช่วยในการเผาผลาญไขมัน และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น บรรเทาปัญหาต่าง ๆ ของระบบย่อยอาหาร
ช่วยให้ผิวพรรณของคุณแลดูมีสุขภาพดีขึ้น
ช่วยป้องกันและบรรเทาความรุนแรงของอาการปวดศีรษะจากไมเกรน
เพิ่มการไหลเวียนของเลือดและลดความดันโลหิต
บรรเทาการจู่โจมของอาการท้องร่วง
ลดอาการวิงเวียนศีรษะของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน
เพิ่มพลังงานที่ได้จากการย่อยและเผาผลาญอาหาร
ช่วยรักษาอาการร้อนในและกลิ่นปาก

โรคจากการขาดวิตามิน
โรคเพลลากร้า จะมีอาการผื่นผิวหนังอักเสบรุนแรง

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด
ปลา เนื้อไม่ติดมัน ผลิตภัณฑ์โฮลวีต บริวเวอร์ยีสต์ ตับ จมูกข้าวสาลี ปลา ไข่ ถั่วลิสงคั่ว เนื้อขาวจากพวกสัตว์ปีก อะโวคาโด อินทผลัม มะเดื่อฝรั่ง ลูกพรุน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
มีวางจำหน่ายในรูปของไนอะซิน อินอซิทอลเฮกซานิโคติเนต หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ไนอะซินแบบไม่ร้อนวูบวาบ” และไนอะซินาไมด์ (ไนอะซินหรือกรดนิโคตินิก อาจทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาน ส่วนไนอะซินนาไมด์และอินอซอทอลเฮกซานิโคติเนต ซึ่งมีไนอะซินและอินอซิทอลจะไม่ทำให้เกิดอาการ แต่หากคุณอยากรับประทานในรูปของไนอะซิน คุณสามารถลดอาการร้อนวูบวาบได้โดยการรับประทานในขณะที่มีอาหารอยู่ในกระเพาะ หรือรับประทานร่วมกับอินอซิทอลในขนาดที่เท่ากัน)
มีทั้งแบบที่เป็นเม็ดอัด แคปซูล และผง ในขนาด 50-1,000 มก.
วิตามินบีรวม และวิตามินรวมอย่างดี มักมีไนอะซินรวมอยู่ด้วย 50-500 มก.(ดูที่ฉลาก)

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป
ไนอะซินปริมาณมากจะมีผลต่อการควบคุมระดับกรดยูริกในร่างกาย อาจทำให้ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นโรคเกาต์มีอาการปวดข้อขึ้นได้
ระดับไนอะซินในร่างกายที่สูงยังส่งผลต่อการควบคุมน้ำตาลในร่างกาย อาจทำให้ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นโรคเบาหวานมีปัญหาเรื่องการควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ หรือส่งผลให้อาการของโรคแสดงออกชัดเจน และอาจทำให้การทำงานของตับผิดปกติ
นอกจากโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น อาการร้อนวูบวาบ หน้าแดง หรือคันตามตัว เมื่อรับประทานเกินกว่า 100 มก.แล้ว ไนอะซินก็ถือได้ว่าไม่มีอันตรายแต่อย่างใด
ไม่ควรให้สัตว์กินไนอะซิน โดยเฉพาะสุนัข เนื่องจากอาจทำให้สัตว์เกิดอาการร้อนวูบวาบ เหงื่ออก และสร้างความอึดอัดเป็นอย่างยิ่งได้

ศัตรู
น้ำ ยาในกลุ่มซัลฟา แอลกอฮอล์ ยานอนหลับ ฮอร์โมนเอสโทรเจน
คำแนะนำส่วนตัว
หากคุณกำลังรับประทานยาปฏิชีวนะ และพบว่าอาการร้อนวูบวาบจากไนอะซินเป็นมากขึ้น อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เป็นอาการที่เจอได้ค่อนข้างบ่อย (อาการ้อนวูบวาบมักจะหายไปเองภายในเวลาราว 20 นาที การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยได้) แต่หากคุณเปลี่ยนไปรับประทาน “ไนอะซินแบบไม่ร้อนวูบวาบ” ที่มีอินอซิทอลเฮกซานิโคติเนตอยู่ด้วย อาจจะรู้สึกสบายขึ้น
เพื่อป้องกันการเสียดท้อง อย่ารับประทานไนอะซินในขณะท้องว่างและไม่ควรรับประทานพร้อมเครื่องดื่มร้อน
หากคุณมีปัญหาคอเลสเตอรอลสูง การรับประทานไนอะซินเพิ่มอาจช่วยแก้ปัญหาได้ (ผมแนะนำให้รับประทานภายใต้การดูแลของแพทย์ประจำตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณรับประทานยาอื่นอยู่ด้วย)
ผิวที่ไวต่อแสงแดด อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่บ่งว่าร่างกายขาดไนอะซิน




สารต้านอนุมูลอิสระ จากรำข้าวไทย

วันนี้เราเอาข้อมูลของสารต้านอนุมูลอิสระ จากรำข้าวไทย มาดูกันว่ามีประโยชน์อย่างไรกันบ้าง 

ประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระ จากรำข้าวไทย
อาหารเสริมรำข้าวไทย




ไปหน้าแรก  อาหารเสริมและวิตามิน

ความสำคัญของอาหารเสริม มีความสำคัญกับคนเรามากน้อยเพียงไร

อาหารเสริมมีความสำคัญกับคนเรามากน้อยเพียงไร ช่วงอายุและร่างกายแบบใดที่ควรรับประทานอาหารเสริม
อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ตามหลักของพุทธศาสนา อันประกอบด้วย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิตอย่างมีสุขภาพดี แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย อาหารหลักที่ร่างกายต้องการประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน น้ำ นอกจากอาหารหลักเหล่านี้แล้ว ร่างกายจำเป็นต้องได้รับวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระประเภทต่างๆ เพื่อทำให้เกิดปฏิกิริยาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกาย เช่น การเผาผลาญเพื่อให้เกิดพลังงาน การเสริมสร้าง-ซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ การสร้างภูมิต้านทาน และสารต้านการอักเสบ เป็นต้น
กล่าวโดยทั่วไปแล้วเราทุกคนควรได้รับอาหารเสริม เพราะวิตามินบางชนิดร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง ต้องได้จากการรับประทานเท่านั้น เช่น แอสตาแซนทีน (Astaxanthin) ซึ่งเป็นสารแคโรตีนอยด์ที่พบในธรรมชาติและร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ จึงต้องได้จากการรับประทานซึ่งมีอยู่ในปริมาณที่น้อยมาก เช่น เนื้อปลาแซลมอน ขนาด 200 กรัม มีแอสตาแซนทีนอยู่เพียง 1 มิลลิกรัม เท่านั้น สารนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินอี เบตาแคโรทีน และสารสกัดจากเมล็ดองุ่น นอกจากนั้นยังช่วยเสริมความงามของผิวพรรณจากภายในสู่ภายนอก ลดอาการผิวแห้ง เพิ่มความชุ่มชื้น ลดความหยาบกร้าน ริ้วรอย เหี่ยวย่น

อีกทั้งเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพของการย่อยและดูดซึมที่ลดลง ส่งผลทำให้ได้รับสารอาหาร แร่ธาตุ วิตามินต่างๆ ลดลงอย่างมาก สารบางอย่างที่ร่างกายสามารถผลิตได้ เช่น เอ็นไซม์กลูตาไธโอน หลังอายุ 20 ปี ร่างกายสามารถสร้างได้ในปริมาณที่น้อยลง จำเป็นต้องรับเพิ่มจากอาหารเสริม เพื่อเสริมประสิทธิภาพของตับในการกำจัดสารพิษที่อยู่ในร่างกาย การรับประทานยากลุ่มลดคอเลสเตอรอล อาจทำให้ระดับโคเอ็นไซม์คิวเทนลดลง จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมที่มีโคเอ็นไซม์คิวเท็นเพิ่มด้วย เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนโดยเฉพาะด้านการทำงานของหัวใจ

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ วิตามินบี 1 (ไทอะมีน)

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ วิตามินบี 1 (ไทอะมีน)

เป็นวิตามินที่ละลายมนน้ำ เช่นเดียวกับวิตามินบีตัวอื่น ๆ หากมีอยู่ในร่างกายมากเกินไปจะถูกขับออก และร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมไว้ได้ จึงจำเป็นต้องได้รับชดเชยทุกวันvมีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก.

วิตามินบี 1

วิตามินบีรวมทำงานเสริมกัน หากรับประทานร่วมกันจะมีประสิทธิภาพมากกว่ารับประทานแยก ควรรับประทานบี 1 บี 2 บี 6 ในปริมาณเท่า ๆ กัน (เช่น บี 1 = 50 มก. บี 2 = 50 มก. และบี 6 = 50 มก.) เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่คือ 1 – 1.5 มก. (1.5-1.6 มก. สำหรับหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร) ร่างกายต้องการมากขึ้นในภาวะเจ็บป่วย เครียด และผ่าตัด

มีสมญานามว่า “วิตามินเสริมขวัญและกำลังใจ” เพราะเป็นวิตามินที่บำรุงระบบประสาท ส่งผลต่อความคิดและการทำงานของสมอง มีคุณสมบัติในการขับปัสสาวะอย่างอ่อน ๆ

วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร
ส่งเสริมการเจริญเติบโต
ช่วยระบบการย่อยอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทแป้ง
บำรุงความคิดสติปัญญาให้ดีขึ้น
ช่วยให้ระบบประมาท กล้ามเนื้อ และหัวใจทำงานเป็นปกติ
ช่วยบรรเทาอาการเมาเรือหรือเมาเครื่องบิน
บรรเทาอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดทำฟัน
ช่วยในการรักษาโรคงูสวัด

โรคจากการขาดวิตามิน
โรคเหน็บชา (Beriberi)

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด
บริวเวอร์ยีสต์ เปลือกข้าว เมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี โฮลวีต ถั่วเหลือง ไข่แดง ปลา ข้าวโอ๊ต ถั่วลิสง เนื้ออร์แกนิก เนื้อหมูไม่ติดมัน ผักส่วนใหญ่ รำข้าว นม

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
มีวางจำหน่ายหลากหลายขนาด โดยทั่วไปคือ 50 มก. 100 มก. และ 500 มก. มีประสิทธิภาพที่สุดในรูปแบบวิตามินบีรวม คือรับประทานร่วมกับบี 2 และบี 6 และจะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีก หากในสูตรนั้นประกอบด้วยวิตามินที่มีคุณสมบัติในการต่อสู้กับภาวะเครียดอย่างกรดแพนโทเทนิก กรดโฟลิก และบี 12 ขนาดยาที่แนะนำให้รับประทานตามปกติ คือ 100-300 มก.

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป
ไม่พบว่ามีอาการเป็นพิษจากการรับประทานวิตามินที่สามารถละลายในน้ำได้ชนิดนี้ เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีปริมาณมากเกิน ก็จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะและไม่มีการสะสมที่เนื้อเยื่อหรืออวัยวะใด ๆ

อาการที่บ่งชี้ว่ามีปริมาณในร่างกายมากเกินไป ซึ่งพบได้น้อยมาก  (เมื่อรับประทานมากกว่า 5-10 กรัมต่อวัน) คือ สั่น โรคเริมกำเริบ ตัวบวม กระวนกระวาย ใจเต้นเร็ว และภูมิแพ้

ศัตรู
ความร้อนจากการทำอาหารทำลายวิตามินบีนี้ได้ง่าย ๆ ศัตรูอื่นของวิตามินบี 1 ได้แก่ กาเฟอีน แอลกอฮอล์ วิธีการปรุงอาหาร อากาศ น้ำ ฮอร์โมนเอสโทรเจน ยาลดกรดในกระเพาะ และยาในกลุ่มซัลฟา

คำแนะนำส่วนตัว
หากคุณเป็นสิงห์อมควัน นักดื่ม หรือคนที่รับประทานอาหารหวานจัดเป็นประจำ คุณต้องการวิตามินบี 1 มากขึ้น, หากคุณกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือรับประทานยาคุมกำเนิด คุณต้องการวิตามินบี 1 มากกว่าปกติ, หากคุณรับประทานยาลดกรดในกระเพาะหลังอาหารเย็นเป็นประจำ คุณอาจไม่ได้รับไทอะมีนที่ควรได้จากอาหารมื้อเย็น

สำหรับในสภาวะเครียดทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วย ความวิตกกังวล การบาดเจ็บ หรือหลังการผ่าตัด คุณควรรับประทานวิตามินบีรวม ซึ่งรวมถึงไทอะมีนเพิ่มมากขึ้น




ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ วิตามินเอ

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ วิตามินเอ

วิตามินเอ เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงต้องการไขมันและแร่ธาตุในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย

ร่างกายเราสามารถเก็บสะสมวิตามินเอได้ จึงไม่จำเป็นต้องรับประทานทดแทนทุกวัน วิตามินเอแบ่งเป็นสองรูปแบบคือ วิตามินเอแบบสำเร็จที่เรียกว่า เรตินอล (พบในอาหารที่มาจากสัตว์เท่านั้น) และโปร-วิตามินเอ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า แคโรทีน (พบในอาหารทั้งที่มาจากพืชและสัตว์)

วิตามินเอ

วิตามินเอมีหน่วยวัดเป็น USP (United States Pharmacoppeia) หรือ IU และ RE (Retinol Equivalents)

1,000 RE (หรือ 5,000 ไอยู) เป็นขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับผู้ใหญ่เพศชาย เพื่อป้องกันการขาดวิตามิน สำหรับผู้หญิง ขนาดที่แนะนำคือ 800 RE ( 4,000 ไอยู) ในระหว่างตั้งครรภ์ไม่แนะนำให้รับประทานเพิ่ม แต่ในหญิงให้นมบุตร อาจรับประทานเพิ่ม 500 RE ในช่วงหกเดือนแรก และเพิ่มอีก 400 RE ในช่วงหกเดือนหลัง

ยังไม่มีขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน สำหรับเบต้าแคโรทีน เนื่องจาก (ยัง) ไม่ได้รับการจัดให้เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างเป็นทางการ แต่โดยทั่วไปขนาดประมาณ 10,000-15,000 ไอยูของเบต้าแคโรทีน ถือเป็นขนาดที่พอเพียงและเทียบเท่าได้กับขนาดที่แนะนำสำหรับวิตามินเอ

หมายเหตุ : เนื้อหาตลอดทั้งเล่มนี้ เบต้าแคโรทีนจะเป็นรูปที่แนะนำสำหรับวิตามินเอ ผมนิยมรูปนี้มากกว่าเพราะไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นพิษ จากการสะสมเหมือนวิตามินเอ ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบว่าเบต้าแคโรทีน ช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดได้ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิดที่เซลล์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่ต่อสู้กับการติดเชื้อต่าง ๆ และบ้าต้าแคโรทีนยังเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจอีกด้วย

วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร
-            ช่วยป้องกันอาการตาบอดกลางคืน เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น และช่วยในการรักษาโรคตาหลายโรคด้วยกัน (ช่วยสร้างเม็ดสีที่มีคุณสมบัติไวต่อแสงในตา)
-            เสริมสร้างภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อในทางเดินหายใจ
-            ช่วยหระบบภูมิคุ้มกันทำงานดี้
-            ย่นระยะเวลาการเจ็บป่วยจากโรคต่าง ๆ
-            ช่วยให้เนื้อเยื่อชั้นนอกของอวัยวะต่าง ๆ มีสุขภาพดี
-            ช่วยลดจุดด่างดำที่ผิวหนัง
-            ส่งเสริมการเจริญเติบโต ความแข็งแรงของกระดูก และสุขภาพของผิวพรรณ ผม ฟัน และเหงือก
-            เมื่อใช้ทาบริเวณผิว จะมีส่วนช่วยในการรักษาสิว ริ้วรอยตื้น ๆ โรคผิวหนังชนิดเป็นตุ่มพุพอง ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ฝี ชันนะตุ และแผลเปิดต่าง ๆ
-            ช่วยในการรักษาโรคถุงลมโป่งพองและไทรอยด์เป็นพิษ

โรคจากการขาดวิตามิน
โรคนัยน์ตาแห้ง อาการตาบอดกลางคืน พบได้บ่อยว่าการขาดวิตามินเกิดจากการดูดซึมไขมันบกพร่องเรื้อรัง และยังพบมากในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ เนื่องมาจากการรับประทานไม่เพียงพอ

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด
น้ำมันตับปลา ตับ แครอท ผักสีเหลืองและเขียวเข้ม ไข่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม มาร์การีน และผลไม้สีเหลือง (หมายเหตุ : ความเข้มของสีผักและผลไม้ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ปริมาณเบต้าแคโรทีนที่เชื่อถือได้เสมอไป)

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
โดยทั่วไปมีวางขาย 2 รูป คือ รูปที่สกัดจากน้ำมันตับปลาตามธรรมชาติและรูปกระจายตัวในน้ำ ซึ่งรูปนี้จะเป็นในรูปของแอซิเทต หรือปาล์มมิเทต เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ควรรับประทานน้ำมัน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสิวง่าย ขนาดที่แนะนำโดยทั่วไป คือ 5,000-10,000 ไอยู
กรดวิตามินเอแบบทา (เรตินเอ) ซึ่งใช้ในการรักษาสิวเป็นหลัก และกำลังมีการทำตลาดในเรื่องของการรักษาริ้วรอยในสหรัฐอเมริกา เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป
หากรับประทานมากกว่า 50,000 ไอยูต่อเนื่องกันทุกวันเป็นเวลาหลายเดือน อาจเป็นอันตรายได้ในผู้ใหญ่ หากรับประทานมากกว่า 18,500 ไอยู ต่อเนื่องกันทุกวัน อาจก่อให้เกิดผลที่เป็นอันตรายในเด็กทารก หากรับประทานเบต้าแคโรทีนมากกว่า 34,000 ไอยูต่อเนื่องกันทุกวัน ทำให้ผิวออกเหลืองได้
อาการที่บ่งชี้ว่ามีวิตามินเอสะสมมากเกินไปได้แก่ ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ผิวลอก ตามัว ผื่น ปวดกระดูก ประจำเดือนมาไม่ปกติ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และตับบวมโต


ศัตรู
กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนและแคโรทีนจะทำงานขัดแย้งกันกับวิตามินเอ หากมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ไม่เพียงพอ

คำแนะนำส่วนตัว
คุณต้องการวิตามินเออย่างน้อย 10,000 ไอยู หากคุณรับประทานวิตามินอี 400 ไอยู หรือมากกว่าทุกวัน
หากคุณรับประทานยาคุมกำเนิด ความต้องการวิตามินเอของคุณจะลดลง
หากคุณรับประทานตับ แครอท ผักขม มันเทศ หรือแคนตาลูป ในปริมาณมากเป็นประจำทุกสัปดาห์ คุณไม่น่าจะต้องรับประทานวิตามินเอเสริมอาหารอีก
ไม่ควรรับประทานวิตามินเอร่วมกับน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ
วิตามินเอทำงานร่วมกับวิตามินบีรวม วิตามินดี วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสังกะสีได้ดีที่สุด (ตับต้องการสังกะสีเป็นตัวช่วยในการนำวิตามินเอออกมาใช้)
วิตามินเอช่วยป้องกันวิตามินซีจากการถูกออกซิไดซ์
ไม่ควรให้สุนัขหรือแมวของคุณรับประทานวิตามินเอเสริม นอกเสียจากว่าสัตวแพทย์แนะนำเฉพาะเจาะจงให้รับประทาน
หากคุณรับประทานยาลดระดับคอเลสเตอรอล เช่น เควสแทน (คอเลสไทรามีน) ร่างกายคุณจะดูดซึมวิตามินเอได้น้อยลง และอาจต้องรับประทานเสริม
อนุพันธ์ของวิตามินเอในรูปแบบรับประทานที่ใช้ในการรักษาปัญหาผิวหนังเป็นยาที่มีฤทธิ์แรง อาจทำให้เด็กในครรภ์พิการได้ หญิงมีครรภ์จึงไม่ควรรับประทาน




บทความอาหารเสริมที่เกี่ยวข้อง