ss HEALTH 2 U สาระสุขภาพ: วิตามินซี
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามินซี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามินซี แสดงบทความทั้งหมด

ข้อเท็จจริงของวิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก)


ข้อเท็จจริง

ละลายในน้ำ และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง
สัตว์ส่วนใหญ่สังเคราะห์วิตามินซีเองได้ แต่มนุษย์ ลิง และหนูตะเพา ต้องอาศัยวิตามินซีจากอาหารที่รับประทาน
มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งมีความสำคัญต่อกระบวนการสร้างและซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ เหงือก ผนังหลอดเลือด กระดูกและฟัน
ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
มีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก.)
ถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็วเมื่อตกอยู่ในภาวะเครียด
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันอยู่ที่ 60 มก.(ในระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตรแนะนำที่ 70-95 มก.)
ผู้ที่สูบบุหรี่และผู้สูงอายุ ต้องการวิตามินซีเพิ่มขึ้น (ร่างกายสูญเสียวิตามินซี 25-100 มก. ต่อการสูบบุหรี่หนึ่งมวน)
ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (แอลดีแอล)

วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร

ช่วยในการรักษาแผลสด แผลไหม้ และอาการเลือดออกตามไรฟัน
เพิ่มประสิทธิภาพของยาที่ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
เร่งแผลหลังผ่าตัดให้หายเร็วขึ้น
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิด และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ช่วยป้องกันมะเร็งหลายประเภท
ช่วยต่อต้านการสร้างสารไนโตรซามีน (ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง)
เป็นยาระบายตามธรรมชาติ
ลดการเกิดเลือดอุตันในเหลอดเลือดดำ
ช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัด
ต่อชีวิตให้เซลล์ โดยช่วยให้โปรตีนในเซลล์เกาะเกี่ยวกันได้ดีขึ้น
เพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็ก
ลดอาการที่เป็นผลมาจากสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้
ช่วยลดความดันเลือด
ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

โรคที่เกิดจากการขาดวิตามิน
โรคเลือดออกตามไรฟัน

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด
ผลไม้รสเปรี้ยว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักใบเขียว มะเขือเทศ แคนตาลูป ดอกกะหล่ำ มันฝรั่ง และพริกไทย

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

วิตามินซีเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รับประทานกันอย่างแพร่หลายที่สุด มีจำหน่ายทั้งในรูปเม็ดอัด แคปซูล ลูกอม เม็ดแบบแตกตัวช้า น้ำเชื่อม แบบผง แบบเคี้ยว หรือเรียกได้ว่าแทบทุกรุปของวิตามินที่มีอยู่ในโลกนี้
วิตามินซีบริสุทธิ์คือรูปที่แปลงมาจากน้ำตาลเดกซ์โทรสจากข้าวโพด (ถึงแม้จะไม่มีข้าวโพดหรือเดกซ์โทรสหลงเหลืออยู่เลย)
ความแตกต่างระหว่างวิตามินซีจาก “ธรรมชาติ” หรือแบบ “อินทรีย์” และกรดแอสคอร์บิกสังเคราะห์โดยทั่วไป คือความยากง่ายในการย่อยและดูดซึม ซึ่งต่างกันไปตามความสามารถของแต่ละคน
ผลิตภัณฑ์วิตามินซีเสริมอาหารที่ดีที่สุด คือวิตามินซีที่ประกอบด้วยไบโอฟลาโนนอยด์ เฮสเพอริดิน และรูติน
วิตามินซีในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูลมักมีขนาด 1,000 มก. ส่วนในรูปผงละลายน้ำมักมีขนาด 5,000 มก.ต่อช้อนชา
ขนาดที่มักแนะนำให้รับประทานกันคือ 500 มก. ไปจนถึง 4 กรัมต่อวัน
วิตามินซีจากโรสฮิปหรือผลกุหลาบจะมีไบโอฟลาโวนอยด์และเอนไซม์อื่น ๆ ที่ช่วยให้วิตามินซีแตกตัวได้ดี ถือเป็นแหล่งของวิตามินซีตามธรรมชาติที่ดีที่สุด (วิตามินซีถูกสร้างขึ้นที่ส่วนใต้ดอก ซึ่งเรียกว่า ฮิป)
อะซีโรลาซี คือ วิตามินซีที่สกัดจากผลอะซีโรลาเบอร์รี่

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป
หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดนิ่วจากกรดออกซาลิกและกรดยูริกได้ (การรับประทานแมกนีเซียม วิตามินบี 6 และดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยป้องกันได้) บางครั้งการรับประทานในปริมาณสูงมาก (มากกว่า 10 กรัมต่อวัน) อาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ เช่น อาการท้องร่วง ปัสสาวะบ่อย และผื่นตามผิวหนัง หากคุณมีอาการดังกล่าว ควรลดปริมาณที่รับประทานลง
คนไข้โรคมะเร็งที่กำลังฉายรังสีหรือเคมีบำบัด ไม่ควรรับประทานวิตามินซี เพราะมันอาจเปลี่ยนผลการตรวจได้

ศัตรู
น้ำ การปรุงอาการ ความร้อน แสง ออกซิเจน การสูบบุหรี่

คำแนะนำส่วนตัว
เนื่องจากวินตามินซีจะถูกขับออกจากร่างกายภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังรับประทาน ขึ้นกับปริมาณอาหารในกระเพาะ และการรักษาระดับของวิตามินซีในเลือดให้สูงอยู่ตลอดถือเป็นสิ่งที่สำคัญต่อสุขภาพ ผมจึงขอแนะนำให้รับประทานพร้อมอาหารมื้อเช้าและเย็น วิตามินซีในปริมาณสูงอาจกระทบถึงผลการตรวจเลือด รวมทั้งผลการตรวจมะเร็งปากมดลูก (แป๊ปสเมียร์) ได้ ดังนั้นหากคุณกำลังจะไปตรวจเลือดหรือตรวจปัสสาวะ อย่าลืมแจ้งแพทย์ว่าคุณกำลังรับประทานวิตามินซีอยู่ การวินิจฉัยจะได้ไม่ผิดพลาด (วิตามินซีอาจทำให้ตรวจไม่พบเลือดในอุจจาระ ทำให้การตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่คลาดเคลื่อนได้)
ผู้ที่เป็นเบาหวานควรทราบว่า ค่าที่ได้จากการตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะอาจไม่ถูกต้อง หากคุณรับประทานวิตามินซีปริมาณสูง (แต่มีชุดตรวจพิเศษที่วิตามินซีไม่ทำให้ผลเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ลองปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ของคุณดู)
ยารักษาโรคเบาหวาน เช่น คลอร์โพรพราไมด์ (ไดอะบินีส) และยาในกลุ่มซัลฟา อาจมีประสิทธิภาพด้อยลง หากรับประทานร่วมกันวิตามินซี
สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิด 2 หรือผู้ที่มีความดันโลหิตสูง สามารถลดความดันโลหิตได้เพียงรับประทานวิตามินซีวันละ 500 มก.
สำหรับผู้ที่มีโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้มีเหล็กสะสมในร่างกายมาก เช่น ทาลัสซีเมีย หรือฮีโมโครมาโตซิส ไม่แนะนำให้รับประทานวิตามินซีปริมาณสูง
หากคุณรับประทานวิตามินซีเกินกว่า 750 มก.ต่อวัน ผมแนะนำให้รับประทานแมกนีเซียมเสริมด้วย เป็นการป้องกันการเกิดนิ่วในไตที่ได้ผลดี
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ทำลายวิตามินซี ดังนั้น ผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองซึ่งมีก๊าซชนิดนี้หนาแน่น ควรรับประทานวิตามินซีให้มากขึ้น
หากคุณรับประทานยาคุมกำเนิด คุณจะต้องการวิตามินซีเพิ่ม
เพื่อให้วิตามินซีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรให้มันได้ทำงานร่วมกันกับไบโอฟลาโวนอยด์ แคลเซียม และแมกนีเซียม
หากคุณรับประทานแอสไพริน ผมแนะนำให้เพิ่มปริมาณการรับประทานวิตามินซี เพราะแอสไพรินทำให้วิตามินซีถูกขับเร็วขึ้นถึงสามเท่า
หากคุณรับประทานโสม ควรเว้นระยะสองชั่วโมงก่อนหรือหลังรับประทานวิตามินซี หรืออาหารที่มีวิตามินซีสูง

เพื่อบรรเทาอาการหวัด รับประทานวิตามินซี 1,000 มก. วันละสองเวลาพบว่าจะช่วยลดระดับฮิสตามีนในเลือดลงถึงร้อยละ 40 (ฮิสตามีนเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการน้ำมูกน้ำตาไหลนั่นเอง)

ประโยชน์ของการรับประทานวิตามินซี

ประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไป ซึ่งเราสามารถรับวิตามินซีจากสารอาหารที่เราทานเข้าไปได้ไม่ว่าจะเป็นผักหรือผลไม้ต่างๆ แต่บางคนไม่ชอบทานผักผลไม้จึงอาจจำเป็นต้องทานวิตามินเสริม เพราะประโยชน์ของวิตามินซีมีมากมายดังต่อไปนี้
1.วิตามินซีเป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกันซึ่งจะทำให้ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือด
2.วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความแก่และลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
3.ช่วยให้แผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้น และช่วยลบเลือนจุดด่างดำ
4.ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
5.ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์
6.ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคนอนหลับตายในกรณีเด็กอ่อน
7.ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก
8.ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน หากรับประทาน วิตามินซี เป็นประจำทุกวัน มันจะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาเซลที่ถูกทำลายและช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็ว
9.ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มความต้านทานต่อ โรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับ คลอเรสเตอรอล ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับ วิตามินอี โดยมันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด
10.ช่วยป้องกันอาการไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid โดย วิตามินซี จะไปช่วยร่างกายในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น
11.การรักษาด้วยการฉีดวิตามินซีปริมาณสูง ในผู้ป่วยมะเร็ง อาจช่วยหยุดยั้งโรคมะเร็งได้ เนื่องจากวิตามินจะเข้าทำปฏิกิริยาทางเคมีในเซลล์ มะเร็ง ให้กลายเป็นกรดขึ้น ทำให้เนื้อร้ายชะงักและน้ำหนักลดไปได้
11.ช่วยเรื่องความจำ โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาสภาพของเซลประสาทและจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10
12.บรรเทาอาการแพ้ เป็นหวัด หอบหืด ไซนัส ทั้งนี้เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า วิตามินซี ช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น
13.ช่วยให้ผิวขาวใส เนียน นุ่มลื่นอย่างเป็นธรรมชาติเพราะวิตามิน มีคุณสมบัติในการยับยั้งการสร้างเม็ดสี และช่วยส่งเสริมให้ร่างกายดูดซึมกลูต้าไธโอน ทั้งจากตามธรรมชาติ และแบบที่ทานเสริมเข้าไปได้ดีขึ้น 
วิตามินซี พบมากในผลไม้รสเปรี้ยว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักใบเขียว แคนตาลูป มันฝรั่ง มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ พริกไทย เป็นต้น ซึ่งประโยชน์ของวิตามินซีมีมากมายแต่ไม่ควรทานเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะนอกจากทานไปก็ไม่ช่วยอะไรแล้วยังอันตรายต่อร่างกายด้วย ส่วนปริมาณต่ำสุดที่ควรทานต่อวัน ก็ไม่ควรน้อยกว่า 60 – 100 มิลลิกรัม ไม่อย่างนั้นอาจเกิดผลเสียต่อร่างกาย เช่น ผิวพรรณหมองคล้ำ อ่อนเพลีย มีเลือดออกตามไรฟัน และเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ตามมา

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโภชนาการที่น่าตื่นตาตื่นใจ ตอนที่ 1


ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโภชนาการที่น่าตื่นตาตื่นใจ ตอนที่ 1


- การสูบบุหรี่หนึ่งมวนทำลายวิตามินซีถึง 25-100 มก.
- นมที่มีวิตามินดีสังเคราะห์ (ซึ่งหมายถึงนมเกือบทั้งหมดที่คุณซื้อตามร้านค้า) ทำให้แมกนีเซียมในร่างกายลดลงได้
- ไอศกรีมฮาเก้นดาซส์รสกาแฟหนึ่งถ้วย มีกาเฟอีนมากว่าโค้กหนึ่งกระป๋อง
- ประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีควันพิษหนาแน่นจะไม่ได้รับวิตามินดีอย่างที่เพื่อนร่วมประเทศในชนบทได้รับ เพราะหมอกควันพิษขัดขวางการส่องผ่านของรังสียูวี
- คนสูงอายุส่วนใหญ่ไม่ได้รับวิตามินดีอย่างพอเพียงจากอาหาร และร่างกายก็ไม่สามารถสังเคราะห์ได้มากนัก เพราะได้รับแสงแดดไม่พอเพียง
- การดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเพียงวันละหนึ่งแก้วเพื่อผ่อนคลาย ทำให้ร่างกายต้องสูญเสียวิตามินบี 1 บี 6 และกรดโฟลิก
- ผู้หญิงที่ดื่มสุราแม้เพียงวันละแก้วจะมีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น เพราะแอลกอฮอล์ทำให้กรดโฟลิกถูกดูดซึมได้น้อยลง
- ร้อยละ 80 ของผู้หญิงอเมริกันมีภาวะขาดแคลเซียม
- ผู้หญิงชาวอเมริกันสิบล้านคน รับประทานยาคุมกำเนิด และพวกเธอส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ายาคุมกำเนิดอาจทำให้ร่างกายขาดวิตามินบี 6, บี 12,กรดโฟลิก และวิตามินซี
- ในการจัดอันดับสุขภาพดีของผู้คนทั่วโลก ชายชาวอเมริกันอยู่ในลำดับที่ 13 ในขณะที่ผู้หญิงอยู่ในอันดับที่ 6
- เด็กต้องการโปรตีน 1.5-2 เท่าของปริมาณที่ผู้ใหญ่ต้องการต่อน้ำหนักตัวหนึ่งปอนด์ ในขณะที่เด็กทารกต้องการมากกว่าผู้ใหญ่ถึงสามเท่า
- ในงานวิจัยเรื่องมะเร็งพบว่า วิตามินซี อี และสารที่มีชื่อว่า อินโดล ซึ่งพบในกะหล่ำปลี กะหล่ำดาว และผักในตระกูลกะหล่ำ ล้วนเป็นสารต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย
- วิตามินบี 1 ช่วยรักษาอาการเมารถ เมาเรือ และเมาเครื่องบินได้
- หากคุณรับประทานอาหารโปรตีนมาก คุณยิ่งต้องการวิตามินบี 6 เพิ่มขึ้น
- หัวหอม กระเทียม หัวไช้เท้า แลกระเทียมต้น ต่างก็มีสาร อัลลิซิน ที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถทำลายเชื้อที่ก่อโรค โดยไม่ทำอันตรายต่อเชื้อแบคทีเรียที่ดีภายในร่างกาย
- แอสไพรินสามารถเพิ่มอัตราการขับออกของวิตามินซีถึงสามเท่า
- ถั่วพีแคนครึ่งซีกเพียง 18 ชิ้น ก็ให้วิตามินเอฟเพียงพอต่อความต้องการต่อวันของร่างกายแล้ว
- การบริโภคอาหารที่มีการแต่งกลิ่น สี รส หรือใส่ผงชูรสเป็นประจำอาจทำให้ประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันบกพร่องได้
- ถั่วลิสงดิบมีตัวยับยั้งเอนไซม์ที่อาจส่งผลให้ร่างกายของคุณย่อยโปรตีนได้ยากขึ้น
- รำข้าวไม่จัดเป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
- พาสต้าที่บรรจุในถุงพลาสติกใสหรือกล่องที่มีช่องพลาสติกใสขนาดใหญ่ อาจสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการได้ง่าย
- การเติมสารที่ทำให้น้ำหายกระด้างลงในน้ำดื่ม อาจทำให้คุณได้รับประทานเกลือเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
- ส่วนประกอบหลักของมาร์การีน คือน้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนหรือกรดไขมันทรานส์ ส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณมากกว่าไขมันอิ่มตัวในเนยเสียอีก
- บลูเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ และกะหล่ำแดง หากนำไปปรุงอาหารจะดีต่อสุขภาพของคุณยิ่งขึ้นไปอีก
- หอมใหญ่แบบพันธุ์สีเหลืองและสีแดง องุ่นแดง และบรอกโคลี มีสาร เควอร์ซิทินสูง ซึ่งสารนี้เป็นสารต้านมะเร็งที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียพบว่า ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งในระยะเริ่มแรก ก่อนที่จะรวมตัวกันเป็นมะเร็งจริง ๆ


กินวิตามินไม่ถูกเสี่ยงเป็นนิ่ว


กินวิตามินไม่ถูกเสี่ยงเป็นนิ่ว

บางคนเข้าใจว่า การเติมสารอาหารเสริมคือเรื่องจำเป็น แม้ไม่รู้ว่าร่างกายของตนเองขายไปหรือไม่ แต่ก็จะกินให้มีมากเข้าไว้ ดีกว่ารอให้ขาด โดยหารู้ไม่ว่า สารอาหารที่มีประโยชน์บางอย่าง ถ้ามีมากเกินควรอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ

อาหารเสริมวิตามินซีชนิดเม็ด

อย่างเรื่องการกินวิตามินซีเสริมเป็นประจำทุกวันนั้น  การกินวิตามินซีเสริมชนิดเม็ดโดยไม่จำเป็นทุกวัน เพิ่มโอกาสเสี่ยงเป็นสองเท่าที่จะก่อให้เกิดก้อนนิ้วในไตที่เป็นเช่นนั้นเพราะ วิตามินซีส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะในรูปของสารที่ชื่อ อ็อกซาเลต สารนี้ถ้ามีมาก ๆ แล้วไปจับตัวกับแคลเซียมจะก่อให้เกิดผลึกหรือก้อนนิ่วในไต ใครเป็นมักต้องทรมานกับอาการปวดหลัง ปวดท้อง

เมื่อเป็นเช่นนี้ ก่อนคิดจะกินวิตามินซีเสริม แต่ละคนควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ทราบความต้องการของสภาพร่างกาย อย่างไรก็ตาม ทางทีมวิจัยย้ำว่า ผลการศึกษานี้ ไม่ได้หมายรวมถึงวิตามินซีตามธรรมชาติที่ร่ายกายได้รับจากการกินผักและผลไม้ โดยย้ำว่าวิตามินซีจากธรรมชาติคือสิ่งจำเป็นเพราะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ดีต่อกระดูกและกล้ามเนื้อนั่นเอง


บทความอาหารเสริมที่เกี่ยวข้อง