ss HEALTH 2 U สาระสุขภาพ: วิตามินเสริมอาหาร
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามินเสริมอาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามินเสริมอาหาร แสดงบทความทั้งหมด

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ โคลีน หนึ่งในตระกูลวิตามินบีรวม

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ โคลีน

เป็นหนึ่งในตระกูลวิตามินบีรวม และเป็นหนึ่งในสารที่ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ทำงานร่วมกับอินอซิลทอล ในกระบวนการใช้ไขมันและคอเลสเตอรอลของร่างกาย เป็นหนึ่งในสารไม่กี่ตัวที่สามารถผ่านระบบกรองระหว่างเลือดและสมอง ซึ่งเป็นระบบที่ปกป้องสมองจากสารหลากหลายในอาหารที่เรารับประทานเข้าไป โคลีนจะตรงเข้าไปยังเซลล์สมองเพื่อผลิตสารเคมีที่ช่วยเรื่องความทรงจำ


ยังไม่มีขนาดยาที่แนะนำให้รับประทานอย่างเป็นทางการ แต่ค่าประมาณการสำหรับการรับประทานของผู้ใหญ่ คือ 500-900 มก.ต่อวัน
ช่วยในการกระจายตัวของคอเลสเตอรอล ไม่ให้คอเลสเตอรอลเกาะที่ผนังเส้นเลือดแดงหรือผนังของถุงน้ำดี การใช้โคลีนในร่างกายขึ้นอยู่กับวิตามินบี 12 กรดโฟลิก และกรดแอมิโนแอล-คาร์นิทีน

วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร
ช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอล
ช่วยในกระบวนการส่งกระแสประสาท โดยเฉพาะในสมองส่วนที่ทำหน้าที่ด้านความจำ
ช่วยต่อกรกับปัญหาความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ (ขนาด 1-5 กรัมต่อวัน)
ช่วยกำจัดสารพิษและยาที่ตกค้างในร่างกาย โดยช่วยเสริมการทำงานของตับ
ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย
ช่วยในการรักษาโรคอัลไซเมอร์

โรคจากการขาดวิตามิน
อาจส่งผลให้เกิดโรคตับแข็งหรือไขมันสะสมที่ตับ ผนังหลอดเลือดแดงแข็งตัว และอาจเกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด
ไข่แดง สมอง หัวใจ ผักใบเขียว ยีสต์ ตับ จมูกข้าวสาลี และปริมาณเล็กน้อยในเลซิทิน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
โคลีนอาจมีวางจำหน่ายในรูปของฟอสฟาทิดิลโคลีน หรือฟอสฟาทิดิลอินอซิทอล
ในเลซิทิแบบแคปซูลซึ่งทำจากถั่วเหลืองที่มีวางจำหน่ายจำนวน 6 แคปซูล มีอินอซิทอลและโคลีนอยู่อย่างละ 244 มก.
ในวิตามินบีรวม มีโคลีนและอินอซิทอลอยู่ 50 มก.โดยประมาณ
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานกันโดยทั่วไปคือ 500-1,000 มก.ต่อวัน

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป
ยังไม่พบ

ศัตรู
น้ำ ยาในกลุ่มซัลฟา ฮอร์โมนเอสโทรเจน กระบวนการแปรรูปอาหารและแอลกอฮอล์

คำแนะนำส่วนตัว
รับประทานโคลีนร่วมกับวิตามินบีอื่น ๆ เสมอ
หากคุณมีอาการตื่นตระหนกหรือตกใจบ่อย การรับประทานโคลีนให้มากขึ้นอาจช่วยได้
หากคุณรับประทานเลซิทินเสริม คุณอาจต้องการรับประทานแคลเซียมเสริมด้วย เพื่อให้ระดับของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในร่างกายสมดุลกัน เนื่องจากโคลีนเพิ่มการดูดซึมของฟอสฟอรัส
พยายามรับประทานอาหารที่มีโคลีนให้มากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจำ
หากคุณเป็นนักดื่มคอทองแดง อย่าลืมที่จะเสริมโคลีนให้ตับของคุณ เพราะมันจำเป็นสำหรับการทำงานอันหนักหน่วง





ข้อเท็จจริงของวิตามินบี 15 (กรดแพงเกมิก,ดีเอ็มจี,ไดเมทิลไกลซีน)

ข้อเท็จจริงของวิตามินบี 15 (กรดแพงเกมิก,ดีเอ็มจี,ไดเมทิลไกลซีน)

ละลายในน้ำ
เนื่องจากความจำเป็นที่จะต้องรับประทานยังไม่ได้รับการพิสูจน์ จึงยังไม่จัดเป็นวิตามินอย่างเป็นทางการ มีหน่วยวัตเป็นมิลลิกรัม (มก.
ทำงานคล้ายกับวิตามินอีในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
ชาวรัสเซียเป็นผู้เริ่มนำมาใช้ และต่างประทับใจกับผลของมัน แต่ในขณะที่ผมกำลังเขียนหนังสือเล่มนี้อยู่ เอฟดีเอ (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) กำลังดำเนินการถอนวิตามินตัวนี้ออกจากตลาด ( เอฟดีเอก็ยังจัดให้กรดแพงเกมิกอยู่ในกลุ่มยาที่ยังไม่ยืนยันความปลอดภัย)
จะทำงานได้ดีขึ้นหากรับประทานร่วมกับวิตามินเอและอี


วิตามินนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร
ยืดอายุของเซลล์ในหลอดทดลอง
บรรเทาอาการอยากดื่มสุรา
เร่งการฟื้นตัวจากความอ่อนเพลีย
ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ปกป้องอันตรายจากมลพิษ
บรรเทาอาการเจ็บหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและโรคหืด
ปกป้องตับจากภาวะตับแข็ง
รักษาอาการเมาค้าง
เพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน
ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน

โรคจากการขาดวิตามิน
เป็นวิตามินอีกตัวที่งานวิจัยยังมีจำกัด แต่เป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับโรคความผิดปกติของต่อมและเส้นประสาท โรคหัวใจ และสภาวะที่ออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ลดลง

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด
บริวเวอร์ยีสต์ ข้าวกล้อง เมล็ดธัญพืชไม่ขัดสี เมล็ดฟักทอง เมล็ดงา

อาหารเสริม
มีจำหน่ายในขนาดเม็ด 50 มก.
ขนาดที่รับประทานกันโดยทั่วไป คือ 50-150 มก.

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป
ยังไม่มีรายงานอาการเป็นพิษ บางคนพบว่าทำให้รู้สึกคลื่นไส้ในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มรับประทานบี 15 แต่อาการมักจะหายไปได้เองภายในไม่กี่วัน และอาจบรรเทาอาการโดยเริ่มต้นรับประทานบี 15 หลังมื้ออาหารที่หนักที่สุดของวัน

ศัตรู
น้ำและแสงแดด

คำแนะนำส่วนตัว
ถึงแม้ว่าจะมีข้อจัดแย้งเกี่ยวกับวิตามินชนิดนี้ แต่ผมพบว่าบี 15 มีประสิทธิภาพดี และเชื่อว่าการรับประทานบี 15 เสริม จะเป็นประโยชน์ไม่ว่าคุณจะรับประทานอาหารแบบใด
หากคุณเป็นนักกีฬาไม่ว่าจะมืออาชีพหรือสมัครเล่น ผมแนะนำให้รับประทานเม็ดขนาด 50 มก.หนึ่งเม็ดพร้อมอาหารมื้อเช้า และหนึ่งเม็ดพร้อมอาหารมื้อเย็น




ประโยชน์ของการรับประทานวิตามินซี

ประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไป ซึ่งเราสามารถรับวิตามินซีจากสารอาหารที่เราทานเข้าไปได้ไม่ว่าจะเป็นผักหรือผลไม้ต่างๆ แต่บางคนไม่ชอบทานผักผลไม้จึงอาจจำเป็นต้องทานวิตามินเสริม เพราะประโยชน์ของวิตามินซีมีมากมายดังต่อไปนี้
1.วิตามินซีเป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกันซึ่งจะทำให้ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือด
2.วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความแก่และลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
3.ช่วยให้แผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้น และช่วยลบเลือนจุดด่างดำ
4.ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
5.ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์
6.ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคนอนหลับตายในกรณีเด็กอ่อน
7.ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก
8.ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน หากรับประทาน วิตามินซี เป็นประจำทุกวัน มันจะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาเซลที่ถูกทำลายและช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็ว
9.ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มความต้านทานต่อ โรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับ คลอเรสเตอรอล ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับ วิตามินอี โดยมันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด
10.ช่วยป้องกันอาการไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid โดย วิตามินซี จะไปช่วยร่างกายในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น
11.การรักษาด้วยการฉีดวิตามินซีปริมาณสูง ในผู้ป่วยมะเร็ง อาจช่วยหยุดยั้งโรคมะเร็งได้ เนื่องจากวิตามินจะเข้าทำปฏิกิริยาทางเคมีในเซลล์ มะเร็ง ให้กลายเป็นกรดขึ้น ทำให้เนื้อร้ายชะงักและน้ำหนักลดไปได้
11.ช่วยเรื่องความจำ โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาสภาพของเซลประสาทและจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10
12.บรรเทาอาการแพ้ เป็นหวัด หอบหืด ไซนัส ทั้งนี้เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า วิตามินซี ช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น
13.ช่วยให้ผิวขาวใส เนียน นุ่มลื่นอย่างเป็นธรรมชาติเพราะวิตามิน C มีคุณสมบัติในการยับยั้งการสร้างเม็ดสี และช่วยส่งเสริมให้ร่างกายดูดซึมกลูต้าไธโอน ทั้งจากตามธรรมชาติ และแบบที่ทานเสริมเข้าไปได้ดีขึ้น 
วิตามินซี พบมากในผลไม้รสเปรี้ยว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักใบเขียว แคนตาลูป มันฝรั่ง มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ พริกไทย เป็นต้น ซึ่งประโยชน์ของวิตามินซีมีมากมายแต่ไม่ควรทานเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะนอกจากทานไปก็ไม่ช่วยอะไรแล้วยังอันตรายต่อร่างกายด้วย ส่วนปริมาณต่ำสุดที่ควรทานต่อวัน ก็ไม่ควรน้อยกว่า 60 – 100 มิลลิกรัม ไม่อย่างนั้นอาจเกิดผลเสียต่อร่างกาย เช่น ผิวพรรณหมองคล้ำ อ่อนเพลีย มีเลือดออกตามไรฟัน และเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ตามมา

วิตามินแบบไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด

เลือกวิตามินแบบไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด

ความต้องการวิตามินเสริมอาหารแตกต่างกันไปตามแต่เพศ อายุ สุขภาพ การใช้ชีวิต ความเครียดประจำวัน และการจำกัดประเภทอาหาร แม้แต่การเปลี่ยนงานใหม่ ความเจ็บป่วย และปัญหาทางร่างกายหรืออารมณ์ที่ต้องประสบก็ล้วนส่งผลถึงความต้องการทางโภชนาการ ในภาวะปัจจุบันที่มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลากหลายประเภทในหลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือกรับประทานมากว่าสมัยก่อน กาคุณรู้จักเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการในรูปที่เหมาะกับคุณ ประโยชน์ต่อสุขภาพย่อมมีมากมายอย่างไม่ต้องสงสัย


หากคุณไม่แน่ใจว่าคุณควรจะเลือกเป็นแบบผง แบบเหลว แบบเจลแคปหรือแบบเม็ดอัด ควรจะเลือกวิตามินอีแบบปกติหรือแบบแห้ง หรือว่าควรจะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสามเวลาเลยหรือไม่ คำแนะนำของสำหรับคุณ คือ ต้องทดลองด้วยตนเอง หากผลิตภัณฑ์ที่คุณกำลังรับประทานเข้ากันไม่ได้กับคุณ จงลองรับประทานในรูปอื่น ๆ วิตามินซีแบบผงละลายในเครื่องดื่มอาจรับประทานได้ง่ายกว่าแบบเม็ดโต ๆ โดยเฉพาะเวลาที่คุณเป็นหวัด หากมีปัญหาสิวขึ้นหลังรับประทานวิตามินอี ลองรับประทานเป็นแบบแห้ง (ละลายน้ำ) แทน  เพื่อทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรูปแบบต่าง ๆ ที่มีให้เลือก และอย่าลืม

-ศึกษาให้มั่นใจว่าคุณรู้ในทุกสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของคุณ
-หากคุณกำลังรับประทานยาที่แพทย์สั่งหรือยาจากร้านขายยา คุณควรทำความคุ้นเคยกับชื่อยาที่ทำให้ระดับสารอาหารลดลงเช่นเดียวกับสารอาหารที่อาจส่งผลถึงการออกฤทธิ์ของยา
-จับคู่ความต้องการวิตามินเฉพาะในแบบของคุณ



เราจะรับประทานวิตามินเสริมอาหารเมื่อใดและอย่างไร

เราจะเลือกรับประทานวิตามินและอาหารเสริมเมื่อใดและอย่างไร

ร่างกายมนุษย์ทำงานเป็นวัฎจักรตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เซลล์ของคุณไม่ได้นอนหลับไปด้วยในขณะที่คุณหลับ และเซลล์ก็ไม่สามารถมีชีวิตได้หากปราศจากออกซิเจนและสารอาหารหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลดีกับร่างกายที่สุด ผมแนะนำให้แบ่งวิตามินเสริมอาหารของคุณเป็นมื้อ ๆ รับประทานตลอดทั้งวัน

วิตามินเสริมอาหาร

ช่วงเวลาหลักในการรับประทานวิตามินคือ พร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหาร เนื่องจากวิตามินเป็นสารอินทรีย์ จึงควรรับประทานพร้อมอาหารและแร่ธาตุอื่น เพื่อการดูดซึมที่ดีที่สุด และเนื่องจากวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ โดยเฉพาะวิตามินบีรวมและซี จะถูกขับออกทางปัสสาวะอย่างรวดเร็ว หากคุณสามารถรับประทานพร้อมอาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็นได้ จะช่วยให้ร่างกายคุณมีวิตามินในระดับสูงตลอดทั้งวัน แต่ถ้าไม่สะดวกที่จะรับประทานหลังอาหารทุกมื้อ อาจจะรับประทานครึ่งหนึ่งหลังอาหารเช้า และอีกครึ่งหนึ่งหลังอาหารเย็นแทนก็ได้

หากคุณต้องรับประทานวิตามินทั้งหมดภายในมื้อเดียว ควรเลือกรับประทานหลังอาหารมื้อใหญ่สุดของวัน และอย่าลืมว่า แร่ธาตุสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูดซึมของวิตามิน คุณจึงควรรับประทานวิตามินและแร่ธาตุไปพร้อม ๆ กัน



บทความอาหารเสริมที่เกี่ยวข้อง